Godzilla Resurgence ก็อดซิลล่า: รีเซอร์เจนซ์

ปี:2016
IMDB: 7.6

Godzilla Resurgence

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากการตรวจพบความผิดปกติบริเวณอ่าวโตเกียวของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายฝั่ง อันเกิดจากการโจมตีของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง จนส่งผลให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในระบบ Tokyo Bay Aqua-Line ในเวลาต่อมา แต่เรื่องกลับถูกปกปิด จนกระทั่งหายนะครั้งใหญ่ได้ปะทุรุนแรงขึ้น จากแรงสั่นสะเทือนที่มาพร้อมเสียงคำรามกึกก้องของอสูรกายขนาดมหึมา เริ่มจากชายฝั่งในเขตคามากุระ จังหวัดคานากาว่า ไปจนถึงกรุงโตเกียว เมื่อ “ก็อดซิลล่า” ตัวใหม่ กลับมาปรากฏตัวและทำให้โตเกียวทั้งเมืองต้องตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง มหันตภัยครั้งร้ายแรงของญี่ปุ่นได้เริ่มขึ้นแล้ว

ถึงแม้ว่าจะเป็นปี 2016 แล้ว แต่ภาคนี้ยังคงใช้เทคนิคดั้งเดิมที่เรียกว่า “Tokusatsu (โทคุซัทสึ)” คือ การให้คนสวมชุดตัวละครก็อดซิลล่าออกอาละวาดในเมืองจำลองเช่นเดิม และมีการเพิ่มเทคนิคพิเศษ อย่างการใช้ซีจี เทคนิคโมชั่นแคปเจอร์ ระบบเซนเซอร์พิเศษ เข้าช่วยเพื่อเพิ่มความสมจริงยิ่งขึ้นของตัวก็อดซิลล่า ซึ่งได้ฝีมือการออกแบบของ ฮิโระ เมอิเดะ จาก Mad Max: Fury Road  ทำให้ในเวอร์ชั่นนี้ นอกจากขนาดที่ใหญ่โตกับความสูง 118.5 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาก็อดซิลล่าทั้งหมดแล้ว ยังมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่น่ากลัว รวมถึงความสามารถน่าตื่นตาตื่นใจอื่นๆ อีกด้วย แต่ Shin Godji นี้ไม่ใช่หนังป็อปคอร์นดูเพลินสำหรับทุกคนในครอบครัว ใครที่คาดหวังจะได้ดูฉากทำลายล้างต้องขอให้คิดอีกที เพราะหนังเรื่องนี้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยเจอมาก่อนของรัฐบาลญี่ปุ่น มีบทพูดเยอะ และมีการปะทะคารมผ่านฉากการประชุมเกือบที่กินเวลารวมๆ เกือบครึ่งเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าฉากปะทะกับก็อดซิลล่าเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นกลับเป็นข้อดี ด้วยจังหวะการกำกับ และไดอะล็อกที่น่าติดตาม ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อเลย แถมยังมีแทรกมุกชวนขำเป็นระยะๆ อีกด้วยนอกจากประเด็นการเมืองแล้ว หนังยังนำเสนอประเด็นละเอียดอ่อนสำหรับคนญี่ปุ่น อย่างการแพ้สงครามโลก และการถูกสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิด จะว่าไปแล้วเรื่องนี้เป็นหนังที่แฝงประเด็นชาตินิยมอยู่พอสมควรเลยล่ะยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เรื่องนี้ ถือเป็นการรวมพลกองทัพนักแสดงญี่ปุ่นอย่างคับคั่ง ถึง 328 คน ซึ่งยังไม่นับรวมบรรดาตัวประกอบอีกหลายชีวิตที่ให้ความร่วมมือร่วมใจมาเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้กันเยอะแยะมากมาย จนจำชื่อตัวละครไม่ได้ แต่หลายๆ คาแรคเตอร์กลับมีสเน่ห์ไม่เว้นแม้แต่ตัวประกอบ เพราะเราจะได้เห็นตัวละครที่เป็นสีเทาๆ ไม่ขาว ไม่ดำ ไม่มีคนดีเว่อร์ ไม่มีคนโง่งม ไม่มีคนฉลาดที่ทำได้ทุกอย่าง มีเพียงคนธรรมดาที่มีสติปัญญา ความถนัด จุดยืน และมุมมองที่ต่างกันออกไป ถึงแม้ว่าหนังจะแฝงอะไรไว้มากมาย แต่กลับดำเนินเรื่องแบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย สื่อสารชัดเจน ไม่มีความเป็นปรัชญาจนดูไม่รู้เรื่อง เรียกว่าเป็นหนังที่สนุกแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระที่จะสร้างอิมแพ็คให้กับเราไม่น้อยหลังดูจบ

Comments

comments